ข้ามไปที่เนื้อหา
TechSolveTools

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2568

อ่าน 9 นาทีอัปเดต 5 ตุลาคม 2569

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือ เอาเงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่าย (50% ของเงินเดือน ไม่เกิน 100,000 บาท) หักค่าลดหย่อน แล้วนำเงินได้สุทธิที่เหลือไปคิดอัตราภาษีขั้นบันได 0–35% ใช้ คำนวณภาษีเงินได้ แล้วระบบคิดให้ทันทีที่พิมพ์ พร้อมบอกว่าจะได้เงินคืนหรือต้องชำระเพิ่ม

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร เปิดได้ทั้งมือถือและคอม ลองเปลี่ยนตัวเลขดูได้เรื่อยๆ เช่น ถ้าซื้อ RMF เพิ่มจะประหยัดภาษีได้เท่าไร ตัวเลขทั้งหมดคำนวณบนเครื่องของคุณ ไม่ถูกส่งไปไหน เครื่องมือนี้ใช้เกณฑ์ของ ปีภาษี 2025 (พ.ศ. 2568) ที่ยื่นแบบในปี 2569 และเนื่องจากกฎเปลี่ยนได้ทุกปี ก่อนยื่นจริงควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรอีกครั้ง

ทำทีละขั้นตอน

  1. 1เลือกปีภาษีเปิดเครื่องมือคำนวณภาษีเงินได้ แล้วดูช่อง ปีภาษี ค่าเริ่มต้นคือ 2025 ข้างๆ จะบอกปีที่ต้องยื่นและแบบที่ใช้ (ภ.ง.ด.90/91)
  2. 2ใส่เงินได้ใส่ เงินเดือน 40(1) แบบต่อเดือนหรือต่อปี พร้อม โบนัส 40(1) ค่าจ้าง/ค่านายหน้า 40(2) และ ธุรกิจ/ฟรีแลนซ์ 40(8) ถ้ามี สำหรับ 40(8) เลือกได้ว่าจะหักแบบ เหมา 60% หรือ ตามจริง
  3. 3ใส่ภาษีที่ถูกหักไว้แล้วใส่ยอด ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามหนังสือรับรอง 50 ทวิ และ ประกันสังคมที่จ่าย ทั้งปี (ตั้งค่าไว้ให้ที่ 9,000 บาท ซึ่งเป็นยอดสูงสุดที่เครื่องมือใช้)
  4. 4กรอกค่าลดหย่อนไล่กรอกหมวด ครอบครัว ประกันและบ้าน เงินออมและกองทุน และ เงินบริจาค ทุกช่องบอกเพดานไว้ และระบบจะจำกัดยอดให้ไม่เกินสิทธิ์อัตโนมัติ
  5. 5ดูผลลัพธ์ดู ภาษีที่ต้องเสีย แล้วเทียบกับภาษีที่ถูกหักไว้ว่า ได้คืน หรือ ชำระเพิ่ม ส่วน ภาษีตามอัตราก้าวหน้า และ ที่มาของตัวเลข แจกแจงทุกยอดให้ กด คัดลอก เพื่อเก็บสรุปเป็นข้อความ

สูตรคำนวณภาษี พร้อมตัวอย่าง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดตามลำดับนี้ เงินได้พึงประเมิน − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ แล้วนำเงินได้สุทธิไปคิดอัตราก้าวหน้า สำหรับเงินเดือนและเงินได้ 40(2) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

ตัวอย่าง เงินเดือน 50,000 บาท = 600,000 บาทต่อปี หักค่าใช้จ่าย 100,000 ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 และประกันสังคม 9,000 เหลือเงินได้สุทธิ 431,000 บาท 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น 150,000 บาทถัดไปเสีย 5% (7,500) และอีก 131,000 บาทเสีย 10% (13,100) รวมเป็น 20,600 บาท หรือราว 3.4% ของเงินได้ ซึ่งตรงกับตัวอย่างที่เครื่องมือแสดงตอนเปิดครั้งแรก

อัตราภาษีขั้นบันไดที่เครื่องมือใช้

อัตราภาษีคิดเฉพาะส่วนของเงินได้สุทธิที่อยู่ในแต่ละขั้น ไม่ได้คิดจากยอดทั้งหมด

  • 0–150,000 บาท: ยกเว้น
  • 150,001–300,000 บาท: 5%
  • 300,001–500,000 บาท: 10%
  • 500,001–750,000 บาท: 15%
  • 750,001–1,000,000 บาท: 20%
  • 1,000,001–2,000,000 บาท: 25%
  • 2,000,001–5,000,000 บาท: 30%
  • เกิน 5,000,000 บาท: 35%

ทริค: ขยับขึ้นขั้นภาษีใหม่ไม่ได้ทำให้เงินเหลือน้อยลง เพราะอัตราที่สูงขึ้นคิดเฉพาะส่วนที่เกินเส้นขั้นเท่านั้น

ค่าลดหย่อนที่เครื่องมือรองรับ

รายการด้านล่างคือค่าลดหย่อนที่ใช้บ่อยและเพดานที่เครื่องมือใช้คำนวณ มาตรการชั่วคราวรายปี เช่น Easy E-Receipt ไม่ได้รวมไว้

  • ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (ได้ทุกคน) คู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท
  • บุตรคนละ 30,000 บาท บุตรคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 คนละ 60,000 บาท
  • บิดามารดาอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี คนละ 30,000 บาท สูงสุด 4 คน อุปการะผู้พิการคนละ 60,000 บาท
  • ประกันสังคมไม่เกิน 9,000 บาท ประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพไม่เกิน 25,000 บาท (รวมกันไม่เกิน 100,000) ประกันสุขภาพบิดามารดาไม่เกิน 15,000 บาท
  • RMF (30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000) SSF (30% ไม่เกิน 200,000) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (15% ของเงินเดือน ไม่เกิน 500,000) และประกันบำนาญ (15% ไม่เกิน 200,000) รวมกันทั้งกลุ่มไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุน Thai ESG 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท แยกวงเงินต่างหาก ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านไม่เกิน 100,000 บาท
  • เงินบริจาคไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน บริจาคเพื่อการศึกษาหรือโรงพยาบาลลดหย่อนได้ 2 เท่า

ฟรีแลนซ์และคนมีรายได้เสริม

ค่าจ้างฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่เป็นเงินได้ 40(2) ซึ่งใช้เพดานค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาทร่วมกับเงินเดือน ส่วนเงินได้จากธุรกิจหรือการค้าตาม 40(8) เลือกหักแบบเหมา 60% หรือตามจริงได้ ลองสลับทั้งสองแบบในเครื่องมือดูว่าแบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า และถ้าเลือกหักตามจริงต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้ด้วย

ถ้าเงินได้ 40(2)–40(8) รวมกันถึง 1 ล้านบาท จะมีภาษีขั้นต่ำ 0.5% ของยอดนั้น ซึ่งต้องจ่ายเมื่อสูงกว่าภาษีตามอัตราก้าวหน้า เครื่องมือตรวจให้และแจ้งเมื่อเข้าเงื่อนไข ส่วนใครที่ต้องวางบิลลูกค้า ใช้ สร้างใบแจ้งหนี้ คำนวณหัก ณ ที่จ่ายบนเอกสารให้ได้

ได้เงินคืนไหม ยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ 91 และยื่นภายในเมื่อไร

ระหว่างปี นายจ้างและผู้ว่าจ้างจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ ถ้ายอดที่ถูกหักรวมมากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง คุณขอคืนส่วนต่างได้ ถ้าน้อยกว่า ต้องชำระเพิ่มตอนยื่นแบบ

คนที่มีเงินเดือนอย่างเดียวยื่น ภ.ง.ด.91 ส่วนคนที่มีเงินได้ประเภทอื่น เช่น 40(2) หรือ 40(8) ยื่น ภ.ง.ด.90 กำหนดยื่นคือภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป และการยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาเพิ่มอีกไม่กี่วัน ตามที่กรมสรรพากรประกาศในแต่ละปี

ทริค: กำลังจะกู้ซื้อบ้าน? ใช้ คำนวณสินเชื่อ ดูดอกเบี้ยที่จ่ายต่อปี แล้วนำมาใส่ในช่องดอกเบี้ยบ้านได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนเท่าไรถึงไม่ต้องเสียภาษี?
ถ้ามีแค่ค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000) ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 และประกันสังคม 9,000 บาท เงินเดือนไม่เกินราว 26,500 บาทต่อเดือนจะมีเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งได้รับยกเว้น ถ้ามีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่ม ตัวเลขนี้ก็จะสูงขึ้น
ผลคำนวณนี้เป็นทางการไหม?
ไม่ใช่ เป็นการประมาณเพื่อช่วยวางแผน ตามเกณฑ์ที่เผยแพร่ทั่วไปสำหรับเงินได้ปี 2568 ก่อนยื่นจริงควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพราะกฎและมาตรการพิเศษเปลี่ยนได้ทุกปี
ซื้อ RMF หรือ SSF ช่วยลดภาษีได้จริงไหม?
ได้จริงภายในเพดานที่กำหนด ภาษีที่ประหยัดได้ประมาณเท่ากับอัตราภาษีขั้นสูงสุดของคุณคูณยอดที่ซื้อเพิ่ม ถ้ายังมีสิทธิ์เหลือ กล่อง ลดหย่อนเพิ่มได้อีก จะบอกว่าซื้อเพิ่มได้อีกเท่าไรและลดภาษีได้ราวเท่าไร กองทุนมีเงื่อนไขการถือครอง จึงไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
อัตราภาษีเฉลี่ยกับอัตราขั้นสูงสุดต่างกันอย่างไร?
อัตราขั้นสูงสุดคืออัตราภาษีของเงินได้สุทธิบาทสุดท้าย หรือขั้นภาษีที่คุณอยู่ ส่วนอัตราภาษีเฉลี่ยคือภาษีทั้งหมดหารด้วยเงินได้พึงประเมิน ซึ่งต่ำกว่าเสมอ

คู่มืออื่นๆ